ประกันบริษัททัวร์ต่างจากประกันเดินทางทั่วไปอย่างไร? สรุปครบ เข้าใจง่ายใน 5 นาที
หลายบริษัททัวร์ยังสับสนระหว่างประกันกลุ่มทัวร์กับประกันเดินทางที่ลูกค้าซื้อเอง บทความนี้สรุปความต่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

"ลูกทัวร์ซื้อประกันเดินทางมาเองแล้ว บริษัทยังต้องทำประกันอีกไหม?" คำถามนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่บริษัททัวร์ถามบ่อยที่สุด เพราะประกันทั้งสองแบบฟังดูคล้ายกัน แต่ความจริงแล้วออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ต่างกัน ผู้ซื้อต่างกัน และความรับผิดชอบก็ต่างกัน บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจในไม่กี่นาที
ประกันบริษัททัวร์คืออะไร
ประกันบริษัททัวร์ หรือที่มักเรียกว่าประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว คือประกันที่บริษัทนำเที่ยวจัดทำให้กับลูกทัวร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในโปรแกรมของบริษัท โดยทั่วไปจะคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางตามโปรแกรม เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ
สิ่งสำคัญคือ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มีประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว ประกันประเภทนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกเสริม แต่เป็นหน้าที่ของบริษัททัวร์
ประกันเดินทางทั่วไปคืออะไร
ประกันเดินทางทั่วไปคือประกันที่นักท่องเที่ยวซื้อเองเป็นรายบุคคล ไม่ว่าจะไปเที่ยวเองหรือไปกับทัวร์ก็ตาม ความคุ้มครองมักกว้างกว่าเรื่องอุบัติเหตุ เช่น ค่ารักษาเมื่อเจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางสูญหาย หรือการยกเลิกการเดินทาง ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือกซื้อ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด
| หัวข้อ | ประกันบริษัททัวร์ | ประกันเดินทางทั่วไป |
|---|---|---|
| ใครเป็นผู้ซื้อ | บริษัทนำเที่ยว | นักท่องเที่ยวซื้อเอง |
| คุ้มครองใคร | ลูกทัวร์ทุกคนในกลุ่มตามรายชื่อ | เฉพาะผู้ซื้อแต่ละคน |
| ขอบเขตหลัก | อุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตามโปรแกรมทัวร์ | ขึ้นกับแผน อาจรวมเจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าหาย |
| ข้อกฎหมาย | บริษัทนำเที่ยวมีหน้าที่ต้องจัดให้มี | สมัครใจ |
| ระยะเวลา | ตามช่วงเวลาของทริป หรือแบบรายปีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ | ตามวันเดินทางที่ผู้ซื้อระบุ |
ถ้าลูกทัวร์มีประกันเดินทางอยู่แล้ว บริษัทยังต้องทำอีกไหม?
ต้องทำครับ ประกันที่ลูกทัวร์ซื้อเองเป็นสิทธิ์ของลูกทัวร์คนนั้น แต่ไม่ได้ทำให้หน้าที่ของบริษัทนำเที่ยวหมดไป และในความเป็นจริง ลูกทัวร์บางคนมีประกัน บางคนไม่มี บริษัทไม่สามารถรู้ได้ว่าประกันของแต่ละคนคุ้มครองอะไรบ้าง ประกันของบริษัทจึงเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทำให้ทุกคนในกลุ่มได้รับความคุ้มครองเท่ากัน
ข้อดีคือ ประกันทั้งสองแบบใช้ร่วมกันได้ ลูกทัวร์ที่ซื้อประกันเดินทางเพิ่มจะได้รับความคุ้มครองที่กว้างขึ้นในเรื่องที่ประกันกลุ่มทัวร์อาจไม่ครอบคลุม ทั้งนี้เงื่อนไขการเคลมซ้อนกันขึ้นอยู่กับกรมธรรม์แต่ละฉบับ
แล้วมัคคุเทศก์กับหัวหน้าทัวร์ล่ะ?
นี่คือจุดที่หลายบริษัทมองข้าม ประกันอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยวออกแบบมาเพื่อคุ้มครองลูกทัวร์ ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มครองทีมงานของบริษัทโดยอัตโนมัติ มัคคุเทศก์และหัวหน้าทัวร์ที่ทำงานบนรถ บนเรือ และในพื้นที่ท่องเที่ยวทุกวัน ควรมีความคุ้มครองของตัวเองด้วย ควรสอบถามโบรกเกอร์ให้ชัดเจนว่าแผนที่ใช้อยู่ครอบคลุมทีมงานหรือไม่
เลือกประกันบริษัททัวร์อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ
ดูลักษณะโปรแกรมที่ขาย ทริปทะเลที่มีกิจกรรมทางน้ำ ทริปเดินป่า และทริปในเมือง มีความเสี่ยงต่างกัน ควรตรวจสอบว่ากิจกรรมในโปรแกรมอยู่ในความคุ้มครอง และไม่อยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์
แยกให้ชัดระหว่างทริปในประเทศและต่างประเทศ ถ้าบริษัทมีโปรแกรมต่างประเทศ ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองนอกประเทศไทยหรือไม่ เพราะหลายแผนออกแบบมาเฉพาะการเดินทางในประเทศ
ดูความสะดวกในการจัดการ บริษัทที่ออกทริปบ่อยควรเลือกระบบที่ส่งรายชื่อลูกทัวร์ได้ง่าย รวดเร็ว และมีเอกสารยืนยันความคุ้มครองให้ลูกค้าได้ทันที
เลือกบริษัทประกันและโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ เมื่อเกิดเหตุจริง ความรวดเร็วในการประสานงานและการเคลมคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
สรุป
ประกันบริษัททัวร์และประกันเดินทางทั่วไปไม่ได้แทนกัน แต่ทำงานเสริมกัน ประกันบริษัททัวร์คือหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทนำเที่ยวต่อลูกทัวร์ทุกคน ส่วนประกันเดินทางคือทางเลือกเพิ่มเติมของลูกทัวร์แต่ละคน บริษัททัวร์ที่เข้าใจความต่างนี้ จะอธิบายให้ลูกค้าฟังได้อย่างมั่นใจ และดูเป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้า
ต้องการประกันที่ดูแลทั้งลูกทัวร์และมัคคุเทศก์? ประกันภัยนักท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์จากกรุงเทพประกันภัย ดูแลโดย Y2S Broker
บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดทัวร์เวียดนามกลาง ดานัง–ฮอยอัน–บานาฮิลล์ 4 วัน 3 คืน คู่มือฉบับบริษัททัวร์ พร้อมเรื่องประกันเดินทางต่างประเทศ

จัดทัวร์ภูเก็ต–พังงา 3 วัน 2 คืน ฉบับบริษัททัวร์ ทะเลสวย กิจกรรมเพียบ แต่ต้องไม่ลืมเรื่องความปลอดภัย





