สำหรับบริษัททัวร์

ประกันบริษัททัวร์ต่างจากประกันเดินทางทั่วไปอย่างไร? สรุปครบ เข้าใจง่ายใน 5 นาที

หลายบริษัททัวร์ยังสับสนระหว่างประกันกลุ่มทัวร์กับประกันเดินทางที่ลูกค้าซื้อเอง บทความนี้สรุปความต่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

โดย Y2S Insurance Broker25 กันยายน 25695 นาที
พาสปอร์ตและบัตรเครดิตเตรียมเดินทาง เปรียบเทียบประกันบริษัททัวร์กับประกันเดินทางทั่วไป

"ลูกทัวร์ซื้อประกันเดินทางมาเองแล้ว บริษัทยังต้องทำประกันอีกไหม?" คำถามนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่บริษัททัวร์ถามบ่อยที่สุด เพราะประกันทั้งสองแบบฟังดูคล้ายกัน แต่ความจริงแล้วออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ต่างกัน ผู้ซื้อต่างกัน และความรับผิดชอบก็ต่างกัน บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจในไม่กี่นาที

ประกันบริษัททัวร์คืออะไร

ประกันบริษัททัวร์ หรือที่มักเรียกว่าประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว คือประกันที่บริษัทนำเที่ยวจัดทำให้กับลูกทัวร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในโปรแกรมของบริษัท โดยทั่วไปจะคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางตามโปรแกรม เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

สิ่งสำคัญคือ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มีประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว ประกันประเภทนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกเสริม แต่เป็นหน้าที่ของบริษัททัวร์

ประกันเดินทางทั่วไปคืออะไร

ประกันเดินทางทั่วไปคือประกันที่นักท่องเที่ยวซื้อเองเป็นรายบุคคล ไม่ว่าจะไปเที่ยวเองหรือไปกับทัวร์ก็ตาม ความคุ้มครองมักกว้างกว่าเรื่องอุบัติเหตุ เช่น ค่ารักษาเมื่อเจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางสูญหาย หรือการยกเลิกการเดินทาง ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือกซื้อ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด

หัวข้อประกันบริษัททัวร์ประกันเดินทางทั่วไป
ใครเป็นผู้ซื้อบริษัทนำเที่ยวนักท่องเที่ยวซื้อเอง
คุ้มครองใครลูกทัวร์ทุกคนในกลุ่มตามรายชื่อเฉพาะผู้ซื้อแต่ละคน
ขอบเขตหลักอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตามโปรแกรมทัวร์ขึ้นกับแผน อาจรวมเจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าหาย
ข้อกฎหมายบริษัทนำเที่ยวมีหน้าที่ต้องจัดให้มีสมัครใจ
ระยะเวลาตามช่วงเวลาของทริป หรือแบบรายปีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ตามวันเดินทางที่ผู้ซื้อระบุ

ถ้าลูกทัวร์มีประกันเดินทางอยู่แล้ว บริษัทยังต้องทำอีกไหม?

ต้องทำครับ ประกันที่ลูกทัวร์ซื้อเองเป็นสิทธิ์ของลูกทัวร์คนนั้น แต่ไม่ได้ทำให้หน้าที่ของบริษัทนำเที่ยวหมดไป และในความเป็นจริง ลูกทัวร์บางคนมีประกัน บางคนไม่มี บริษัทไม่สามารถรู้ได้ว่าประกันของแต่ละคนคุ้มครองอะไรบ้าง ประกันของบริษัทจึงเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทำให้ทุกคนในกลุ่มได้รับความคุ้มครองเท่ากัน

ข้อดีคือ ประกันทั้งสองแบบใช้ร่วมกันได้ ลูกทัวร์ที่ซื้อประกันเดินทางเพิ่มจะได้รับความคุ้มครองที่กว้างขึ้นในเรื่องที่ประกันกลุ่มทัวร์อาจไม่ครอบคลุม ทั้งนี้เงื่อนไขการเคลมซ้อนกันขึ้นอยู่กับกรมธรรม์แต่ละฉบับ

แล้วมัคคุเทศก์กับหัวหน้าทัวร์ล่ะ?

นี่คือจุดที่หลายบริษัทมองข้าม ประกันอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยวออกแบบมาเพื่อคุ้มครองลูกทัวร์ ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มครองทีมงานของบริษัทโดยอัตโนมัติ มัคคุเทศก์และหัวหน้าทัวร์ที่ทำงานบนรถ บนเรือ และในพื้นที่ท่องเที่ยวทุกวัน ควรมีความคุ้มครองของตัวเองด้วย ควรสอบถามโบรกเกอร์ให้ชัดเจนว่าแผนที่ใช้อยู่ครอบคลุมทีมงานหรือไม่

เลือกประกันบริษัททัวร์อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

ดูลักษณะโปรแกรมที่ขาย ทริปทะเลที่มีกิจกรรมทางน้ำ ทริปเดินป่า และทริปในเมือง มีความเสี่ยงต่างกัน ควรตรวจสอบว่ากิจกรรมในโปรแกรมอยู่ในความคุ้มครอง และไม่อยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์

แยกให้ชัดระหว่างทริปในประเทศและต่างประเทศ ถ้าบริษัทมีโปรแกรมต่างประเทศ ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองนอกประเทศไทยหรือไม่ เพราะหลายแผนออกแบบมาเฉพาะการเดินทางในประเทศ

ดูความสะดวกในการจัดการ บริษัทที่ออกทริปบ่อยควรเลือกระบบที่ส่งรายชื่อลูกทัวร์ได้ง่าย รวดเร็ว และมีเอกสารยืนยันความคุ้มครองให้ลูกค้าได้ทันที

เลือกบริษัทประกันและโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ เมื่อเกิดเหตุจริง ความรวดเร็วในการประสานงานและการเคลมคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

สรุป

ประกันบริษัททัวร์และประกันเดินทางทั่วไปไม่ได้แทนกัน แต่ทำงานเสริมกัน ประกันบริษัททัวร์คือหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทนำเที่ยวต่อลูกทัวร์ทุกคน ส่วนประกันเดินทางคือทางเลือกเพิ่มเติมของลูกทัวร์แต่ละคน บริษัททัวร์ที่เข้าใจความต่างนี้ จะอธิบายให้ลูกค้าฟังได้อย่างมั่นใจ และดูเป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้า

ต้องการประกันที่ดูแลทั้งลูกทัวร์และมัคคุเทศก์? ประกันภัยนักท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์จากกรุงเทพประกันภัย ดูแลโดย Y2S Broker

บทความที่เกี่ยวข้อง